094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคผิวหนัง

โรคเชื้อราที่ผิวหนัง กลาก เกลื้อน

อากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราเป็นสภาพที่เชื้อราชอบเป็นพิเศษ กลากและเกลื้อนจึงเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย บทความนี้ช่วยให้รู้จักอาการของแต่ละชนิด วิธีป้องกัน การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา และเมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 5 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
โรคเชื้อราที่ผิวหนัง กลาก เกลื้อน

โรคเชื้อราที่ผิวหนังเกิดจากเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่อับชื้น อับเหงื่อ และอบอ้าว เช่น ขาหนีบ ซอกพับ ใต้ราวนม หลัง และเท้า กลากและเกลื้อนเป็นสองกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่มักสร้างความรำคาญ คัน และกลับมาเป็นซ้ำได้หากดูแลไม่ถูกวิธี

กลาก (Ringworm)

กลากมีลักษณะเป็นผื่นวงแดง ขอบนูนชัด มีขุย และมักคัน บริเวณตรงกลางวงอาจดูจางลงทำให้เห็นเป็นวงคล้ายแหวน ผื่นค่อย ๆ ขยายวงออกด้านนอก พบได้ตามลำตัว ขาหนีบ และง่ามเท้า กลากสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสและการใช้ของร่วมกัน

เกลื้อน (Tinea versicolor)

เกลื้อนเกิดจากเชื้อยีสต์บนผิว ทำให้เกิดดวงหรือปื้นสีขาว น้ำตาลอ่อน หรือชมพูจาง มีขุยละเอียด มักพบที่หลัง หน้าอก คอ และไหล่ โดยเฉพาะในคนที่เหงื่อออกมากและผิวมัน เกลื้อนมักไม่ค่อยคันมาก แต่ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ

การป้องกัน

เนื่องจากเชื้อราชอบความอับชื้น การดูแลให้ผิวสะอาดและแห้งจึงเป็นหัวใจของการป้องกัน

  • รักษาความสะอาด เช็ดตัวให้แห้งสนิท โดยเฉพาะตามซอกพับหลังอาบน้ำ
  • ไม่สวมเสื้อผ้าเปียกชื้นหรืออับเหงื่อนาน ๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังออกกำลังกาย
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า รองเท้า และหวี

การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา

โรคเชื้อราที่ผิวหนังรักษาได้ด้วยยาทาฆ่าเชื้อราตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ในรายที่เป็นบริเวณกว้างหรือเรื้อรังอาจต้องใช้ยากินร่วมด้วยตามที่แพทย์สั่ง ข้อสำคัญคือควรทายาต่อเนื่องให้ครบระยะเวลาแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อให้กำจัดเชื้อได้หมดและลดการเป็นซ้ำ

การดูแลตัวเองเพิ่มเติม

นอกจากใช้ยา ควรดูแลให้บริเวณที่เป็นแห้งและระบายอากาศได้ดี สวมเสื้อผ้าหลวมเนื้อโปร่ง ซักเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวให้สะอาดตากแดดให้แห้งสนิท หากในบ้านมีคนเป็นกลากควรหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกันเพื่อไม่ให้แพร่ไปยังคนอื่น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

  • เป็นซ้ำเรื้อรัง หรือรักษาเองแล้วไม่หาย
  • ผื่นลามกว้าง อักเสบ บวมแดง หรือมีหนอง
  • เชื้อราที่หนังศีรษะหรือที่เล็บ ซึ่งมักต้องใช้ยากินและการดูแลเฉพาะ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

ที่คลินิกแพทย์อภิเดช เราตรวจรักษาโรคผิวหนังรวมถึงโรคเชื้อราอย่างกลากและเกลื้อนโดยแพทย์ ช่วยวินิจฉัยแยกชนิดของผื่น และเลือกยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำในการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย

เชื้อราติดต่อกันไหม?
กลากสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสผิวโดยตรง หรือใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หวี และจากสัตว์เลี้ยง ส่วนเกลื้อนเกิดจากเชื้อยีสต์ที่อยู่บนผิวเราอยู่แล้วและมักไม่ติดต่อง่ายเหมือนกลาก การไม่ใช้ของร่วมกันและรักษาความสะอาดช่วยลดการแพร่เชื้อ
ทายาแล้วทำไมเป็นซ้ำ?
สาเหตุที่พบบ่อยคือทายาไม่ครบระยะเวลา หยุดยาเร็วเกินไปเมื่ออาการดีขึ้น หรือยังมีความอับชื้นที่กระตุ้นให้เชื้อกลับมา ควรทายาต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำแม้ผื่นจะดูดีขึ้น พร้อมดูแลผิวให้แห้งสะอาดเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
เกลื้อนกับด่างขาวต่างกันไหม?
ต่างกัน เกลื้อนเกิดจากเชื้อราทำให้เกิดดวงสีขาวหรือน้ำตาลอ่อนที่มักมีขุยละเอียดและพบบ่อยที่หลังและอก รักษาด้วยยาฆ่าเชื้อราได้ ส่วนด่างขาวเป็นภาวะที่เซลล์สร้างเม็ดสีหายไปทำให้ผิวเป็นปื้นขาวสนิทไม่มีขุย ไม่ได้เกิดจากเชื้อรา หากแยกไม่ออกควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากลูกมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ผื่นคันที่สงสัยเชื้อรา? ให้แพทย์ตรวจให้ชัด

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามอาการและนัดหมายตรวจรักษาโรคผิวหนัง