หลายคนเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่ก็คือหวัดธรรมดาที่อาการหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เกิดจากเชื้อไวรัสคนละกลุ่มกับหวัดทั่วไป มาเร็ว อาการรุนแรงกว่า และในกลุ่มเสี่ยงอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม จนต้องนอนโรงพยาบาลหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ ข่าวดีคือ ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี
ไข้หวัดใหญ่ต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร
แม้จะมีอาการคล้ายกันในช่วงแรก แต่ไข้หวัดใหญ่กับหวัดธรรมดามีความแตกต่างที่สังเกตได้ การแยกให้ออกช่วยให้ดูแลตัวเองได้ถูกต้องและรู้ว่าเมื่อใดควรพบแพทย์
- หวัดธรรมดา: อาการค่อยเป็นค่อยไป มีน้ำมูกเป็นหลัก จาม คัดจมูก เจ็บคอเล็กน้อย มักไม่มีไข้สูง
- ไข้หวัดใหญ่: อาการมาเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวมาก อ่อนเพลีย และปวดศีรษะอย่างชัดเจน
อาการของไข้หวัดใหญ่
อาการของไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าหวัดทั่วไป โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ไข้สูงเฉียบพลัน มักมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัว
- ปวดศีรษะ เจ็บคอ
- ไอแห้ง
- อ่อนเพลียมากผิดปกติ
ใครคือกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
คนทั่วไปที่แข็งแรงมักหายเองได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่ในบางกลุ่มไข้หวัดใหญ่อาจรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย จึงควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- เด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 2 ปี
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด และโรคไต
- ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
การป้องกัน
การป้องกันไข้หวัดใหญ่ทำได้ด้วยพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี
- ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วย หรือเมื่ออยู่ในที่แออัด
- ปิดปากและจมูกทุกครั้งเวลาไอหรือจาม
ใครควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
แนะนำให้ฉีดในทุกคนที่อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ที่คลินิกแพทย์อภิเดชมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ พร้อมให้บริการฉีดโดยแพทย์ทุกวัน
การดูแลเมื่อป่วย
หากเป็นไข้หวัดใหญ่ การดูแลเบื้องต้นที่ถูกต้องช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดการแพร่เชื้อสู่คนรอบข้าง
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ
- ใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการไข้และปวดเมื่อย
- ยาต้านไวรัส (oseltamivir) ได้ผลดีเมื่อเริ่มภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการ และต้องใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
- แยกตัวจากผู้อื่นเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ จนกว่าอาการจะดีขึ้น
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
- หายใจลำบาก หอบ หรือเจ็บแน่นหน้าอก
- ซึม สับสน หรือปลุกตื่นยาก
- ปากหรือเล็บเขียวคล้ำ
- ไข้สูงไม่ลด หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงอีก
- ในเด็กเล็ก: ไม่ยอมกินนม ซึมผิดปกติ



