094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคเรื้อรัง

โรคหัวใจและหลอดเลือด รู้ทันป้องกันได้

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย แต่ข่าวดีคือเป็นโรคที่ป้องกันได้ บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และวิธีดูแลหัวใจให้แข็งแรงไปนาน ๆ

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 6 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
โรคหัวใจและหลอดเลือด รู้ทันป้องกันได้

หัวใจทำงานสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายตลอดเวลา และตัวหัวใจเองก็ต้องการเลือดไปเลี้ยงผ่านหลอดเลือดที่เรียกว่า "หลอดเลือดหัวใจ" เมื่อใดที่หลอดเลือดเหล่านี้เริ่มมีปัญหา การทำงานของหัวใจก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

รู้จักโรคและสาเหตุ

โรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุดคือ "โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ" ซึ่งเกิดจากการที่ไขมัน คอเลสเตอรอล และคราบต่าง ๆ ค่อย ๆ สะสมเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจเป็นเวลาหลายปี ทำให้หลอดเลือดแคบลง เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง เมื่อหัวใจขาดเลือดก็จะแสดงอาการออกมา และหากคราบไขมันแตกออกจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน ก็จะกลายเป็น "ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน" ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจเสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่

  • ความดันโลหิตสูง — ทำให้ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บและเสื่อมเร็ว
  • เบาหวาน — ระดับน้ำตาลสูงเรื้อรังทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย
  • ไขมันในเลือดสูง — โดยเฉพาะ LDL ที่เป็นตัวเร่งการสะสมคราบไขมัน
  • การสูบบุหรี่ — หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่รุนแรงและพบบ่อยที่สุด
  • ภาวะอ้วนและน้ำหนักเกิน มักมาพร้อมกับเบาหวานและไขมันสูง
  • ความเครียดเรื้อรัง และการขาดการออกกำลังกาย

อาการที่ควรสังเกต

อาการของโรคหัวใจอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือมาแบบเฉียบพลันก็ได้ อาการที่พบบ่อยและไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  • เจ็บแน่นหน้าอก เหมือนมีของหนักกดทับ มักเป็นตอนออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจไม่อิ่ม แม้ทำกิจกรรมเบา ๆ
  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืด เป็นลม
  • บวมที่ขาหรือเท้า ร่วมกับเหนื่อยเวลานอนราบ

บางคนโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการไม่ชัดเจน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นระยะ แม้จะยังรู้สึกสบายดี

ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยให้หลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้นโดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) ภาวะหัวใจล้มเหลวที่ทำให้เหนื่อยและบวมเรื้อรัง หัวใจเต้นผิดจังหวะที่อันตราย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองนั้นเป็นกลุ่มเดียวกัน

สัญญาณหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน — โทรเรียกรถพยาบาลทันที

หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอดูอาการ ให้โทร 1669 หรือรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพราะทุกนาทีมีค่าต่อการช่วยชีวิตและรักษากล้ามเนื้อหัวใจ

  • เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง นานเกิน 15–20 นาที ไม่ดีขึ้นเมื่อพัก
  • อาการเจ็บร้าวไปที่แขน (มักเป็นแขนซ้าย) กราม คอ หรือหลัง
  • เหงื่อแตก ตัวเย็น หน้ามืด คลื่นไส้ ใจสั่น
  • หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อยมากผิดปกติ หรือหมดสติ

ป้องกันและดูแลหัวใจ

หัวใจที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการดูแลปัจจัยเสี่ยงในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้ทำได้จริงและเห็นผล

  • คุมปัจจัยเสี่ยง — ตรวจและควบคุมความดัน เบาหวาน และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ ตามคำแนะนำของแพทย์
  • เลือกอาหารที่ดีต่อหัวใจ — ลดของทอด ของมัน อาหารเค็มจัดและหวานจัด เพิ่มผัก ผลไม้ และปลา
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ — เดินเร็วหรือออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • เลิกบุหรี่ และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด
  • ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นระยะ — โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรืออายุ 35 ปีขึ้นไป

ตรวจหัวใจได้ที่คลินิกแพทย์อภิเดช

คลินิกของเราดูแลโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลและไขมัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และอัลตร้าซาวด์ ช่วยประเมินความเสี่ยงและความผิดปกติของหัวใจได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

อายุน้อยเป็นโรคหัวใจได้ไหม?
ได้ แม้โรคหัวใจจะพบบ่อยขึ้นตามอายุ แต่ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ อ้วน เป็นเบาหวาน ความดันหรือไขมันในเลือดสูง มีความเครียดสูง หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย จึงควรตรวจสุขภาพและคุมปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ
เจ็บหน้าอกแบบไหนอันตราย?
อาการเจ็บแน่นหน้าอกที่น่ากังวลคือ เจ็บแน่นกลางหรือซ้ายของหน้าอกเหมือนถูกบีบรัด ร้าวไปแขนซ้าย กราม หรือหลัง มักเป็นตอนออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก หากเจ็บรุนแรง นานเกิน 15–20 นาที มีเหงื่อแตก หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินต้องไปโรงพยาบาลทันที
ตรวจอะไรบ้างเพื่อดูหัวใจ?
การประเมินหัวใจเบื้องต้นได้แก่ การวัดความดันโลหิต ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลและไขมัน รวมถึงซักประวัติและตรวจร่างกาย หากแพทย์สงสัยจะส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ปอด อัลตร้าซาวด์หัวใจ หรือการเดินสายพาน เพื่อวินิจฉัยให้แม่นยำขึ้น

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการน่ากังวลเกี่ยวกับหัวใจ กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ดูแลหัวใจให้แข็งแรง เริ่มจากการตรวจสุขภาพ

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามและนัดหมายตรวจสุขภาพหัวใจ ตรวจ EKG และเจาะเลือด