094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคเรื้อรัง

โรคไตเรื้อรัง ภัยเงียบจากเบาหวานและความดัน

โรคไตเรื้อรังเป็น "ภัยเงียบ" ที่ค่อย ๆ ทำลายไตโดยที่ระยะแรกมักไม่มีอาการ กว่าจะรู้ตัวไตก็เสื่อมไปมากแล้ว บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรสังเกต และวิธีดูแลเพื่อชะลอไตเสื่อมให้ช้าที่สุด

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 6 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
โรคไตเรื้อรัง ภัยเงียบจากเบาหวานและความดัน

ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ควบคุมสมดุลเกลือแร่ และช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตค่อย ๆ เสื่อมลงเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน เราเรียกว่า "โรคไตเรื้อรัง" ซึ่งหากปล่อยไว้อาจลุกลามจนไตวายและต้องฟอกไตในที่สุด

รู้จักโรคและสาเหตุ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตเรื้อรังในคนไทยคือ "เบาหวาน" และ "ความดันโลหิตสูง" ที่ควบคุมได้ไม่ดี ระดับน้ำตาลและความดันที่สูงเรื้อรังจะค่อย ๆ ทำลายหน่วยกรองเล็ก ๆ ในไตจนเสื่อมลงทีละน้อย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ที่เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

  • เบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่คุมได้ไม่ดี — สาเหตุอันดับต้น ๆ
  • การกินยาหรือสมุนไพรไม่เหมาะสม — เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ ยาชุด หรือสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนประกอบ
  • การกินเค็มจัด — ทำให้ความดันสูงและไตทำงานหนักขึ้น
  • นิ่วในไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ ๆ และโรคไตจากพันธุกรรม

อาการที่ควรสังเกต

จุดที่ทำให้โรคไตเรื้อรังน่ากลัวคือ "ระยะแรกมักไม่มีอาการ" ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบโดยบังเอิญจากการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะในการตรวจสุขภาพประจำปี เมื่อโรคดำเนินไปถึงระยะหลัง จึงเริ่มมีอาการที่ชัดเจนขึ้น

  • บวมตามตัว โดยเฉพาะที่ขา เท้า หรือรอบดวงตาตอนเช้า
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซีด เบื่ออาหาร
  • ปัสสาวะผิดปกติ — ปัสสาวะเป็นฟอง ปัสสาวะกลางคืนบ่อย หรือปริมาณน้อยลง
  • คันตามตัว ความดันโลหิตคุมยากขึ้น

เพราะอาการมักมาช้า การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือความดัน

ภาวะแทรกซ้อน

เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น ของเสียและน้ำจะคั่งในร่างกาย ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น ภาวะซีดจากการที่ไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นเม็ดเลือดได้น้อยลง กระดูกบางและเปราะ เกลือแร่ผิดปกติ (โดยเฉพาะโพแทสเซียมสูงซึ่งอันตรายต่อหัวใจ) ความดันโลหิตสูงที่คุมยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากถึงระยะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต

อาการที่ควรรีบพบแพทย์

หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือความดันอยู่แล้ว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินการทำงานของไต

  • บวมมากขึ้นชัดเจน ทั้งที่ขา เท้า ใบหน้า หรือทั้งตัว
  • ปัสสาวะออกน้อยลงมาก หรือปัสสาวะมีเลือดปน
  • เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารมาก หรือซึมลง

ชะลอไตเสื่อมและดูแลตัวเอง

แม้เนื้อไตที่เสียไปจะไม่ฟื้นกลับ แต่เราสามารถ "ชะลอ" การเสื่อมของไตให้ช้าลงได้มาก หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

  • คุมโรคประจำตัว — ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ตามคำแนะนำของแพทย์ กินยาสม่ำเสมอ
  • ลดเค็ม — ลดอาหารรสจัด อาหารแปรรูป น้ำปลา ซีอิ๊ว และของหมักดอง
  • หลีกเลี่ยงยาที่ทำร้ายไต — งดซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาชุด และสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนประกอบมากินเอง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
  • ดื่มน้ำให้เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก งดบุหรี่ และออกกำลังกายพอเหมาะ
  • ตรวจไตเป็นประจำ — เจาะเลือดและตรวจปัสสาวะตามที่แพทย์แนะนำ

ตรวจสุขภาพไตได้ที่คลินิกแพทย์อภิเดช

คลินิกของเราดูแลโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดดูค่าการทำงานของไต ระดับน้ำตาลและไขมัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และอัลตร้าซาวด์ ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติของไตได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่มีอาการ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลโรคประจำตัว

คำถามที่พบบ่อย

กินเค็มทำให้เป็นโรคไตไหม?
การกินเค็มเป็นประจำทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและไตทำงานหนักขึ้น ซึ่งเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีเบาหวานหรือความดันอยู่แล้ว แม้เกลือไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคไต แต่การลดเค็มช่วยคุมความดันและชะลอการเสื่อมของไตได้อย่างชัดเจน
โรคไตเรื้อรังหายไหม?
โรคไตเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่หายขาด เพราะเนื้อไตที่เสียไปมักไม่ฟื้นกลับ แต่สามารถ "ชะลอ" การเสื่อมของไตให้ช้าลงได้มาก หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างถูกต้อง เช่น คุมเบาหวานและความดัน ลดเค็ม และหลีกเลี่ยงยาที่ทำร้ายไต ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากชะลอการฟอกไตออกไปได้นาน
ตรวจไตอย่างไร?
การตรวจไตทำได้ง่ายด้วยการเจาะเลือดดูค่าการทำงานของไต (creatinine และ eGFR) ร่วมกับการตรวจปัสสาวะหาโปรตีนหรือเลือดที่รั่วออกมา ในบางรายแพทย์อาจส่งอัลตร้าซาวด์ดูขนาดและลักษณะของไต ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือความดันควรตรวจไตเป็นประจำทุกปีแม้ยังไม่มีอาการ

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการน่ากังวลหรือมีโรคประจำตัว กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ดูแลไตให้แข็งแรง เริ่มจากการตรวจเลือด

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามและนัดหมายตรวจสุขภาพ เจาะเลือดดูค่าไต และตรวจปัสสาวะ