ภาวะโลหิตจางคือภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบิน (สารสีแดงในเม็ดเลือดที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน) ต่ำกว่าปกติ ผลที่ตามมาคือออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ จึงทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย เลือดจางไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นภาวะที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ การหาสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นหัวใจของการดูแล
อาการของเลือดจาง
อาการมักค่อยเป็นค่อยไป และจะชัดขึ้นเมื่อภาวะรุนแรงขึ้น สังเกตได้จาก
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง แม้ทำกิจกรรมเล็กน้อย
- ตัวซีด ริมฝีปากและเปลือกตาด้านในซีดกว่าปกติ
- เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หรือหายใจเหนื่อยเมื่อออกแรง
สาเหตุที่พบบ่อย
สาเหตุของเลือดจางมีหลายอย่าง แต่ที่พบบ่อยในคนไทยมีสองกลุ่มหลัก
- ขาดธาตุเหล็ก — เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด มักเกิดจากการเสียเลือด เช่น ประจำเดือนมามาก หรือจากการได้รับธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ
- ธาลัสซีเมีย — โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติ ผู้ที่เป็นพาหะมักไม่มีอาการ แต่สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้ จึงควรตรวจคัดกรองโดยเฉพาะคู่ที่วางแผนมีบุตร
การตรวจและการดูแล
การตรวจพื้นฐานคือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ซึ่งบอกระดับฮีโมโกลบินและลักษณะของเม็ดเลือดแดง จากนั้นแพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ การดูแลจะขึ้นกับต้นเหตุเสมอ
- ตรวจ CBC เพื่อยืนยันภาวะเลือดจางและบอกแนวทางสาเหตุ
- หากขาดธาตุเหล็ก เสริมธาตุเหล็กและกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
- หากเป็นธาลัสซีเมีย ดูแลตามคำแนะนำแพทย์ และคัดกรองคู่สมรส
- พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรซื้อยาบำรุงเลือดกินเองนาน ๆ
ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือด อัลตร้าซาวด์ และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยแพทย์ สามารถตรวจ CBC และประเมินภาวะเลือดจาง พร้อมแนะนำการตรวจเพิ่มเติมและการดูแลตามสาเหตุได้อย่างเหมาะสม
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์
- ซีดมากอย่างเห็นได้ชัด เหนื่อยหอบแม้อยู่เฉย ๆ
- ใจสั่น หน้ามืดจะเป็นลม หรือเจ็บแน่นหน้าอก
- ถ่ายอุจจาระดำหรือมีเลือด อาเจียนเป็นเลือด (สัญญาณเสียเลือดในทางเดินอาหาร)
- อาการแย่ลงเร็ว หรือซีดในเด็กและหญิงตั้งครรภ์
