ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองสารพิษ สร้างน้ำดี และเก็บพลังงาน เมื่อตับติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ การทำงานของตับจะถูกรบกวน หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัวเพราะอาการในช่วงแรกอาจไม่ชัดเจน การรู้จักโรคและการป้องกันด้วยวัคซีนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพตับ
รู้จักไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี
ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด แต่สองชนิดที่มีวัคซีนป้องกันได้และพบบ่อยคือชนิด เอ (A) และ บี (B) ซึ่งติดต่อกันคนละทาง
- ตับอักเสบ เอ (A) ติดต่อทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น อาหารดิบ น้ำแข็ง หรืออาหารที่ปรุงไม่สะอาด มักหายเองและไม่กลายเป็นเรื้อรัง แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรง
- ตับอักเสบ บี (B) ติดต่อทางเลือด เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน และจากแม่สู่ลูกขณะคลอด เป็นชนิดที่อาจกลายเป็นเรื้อรังได้
ทำไมตับอักเสบ บี จึงน่ากังวล
ผู้ที่ติดเชื้อตับอักเสบ บี โดยเฉพาะตั้งแต่วัยเด็ก มีโอกาสกลายเป็นพาหะเรื้อรัง ซึ่งเชื้ออาจค่อย ๆ ทำลายตับโดยไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายปี และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ ในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่การป้องกันด้วยวัคซีนตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมาก
ป้องกันได้ ด้วยวัคซีนและสุขอนามัย
ทั้งตับอักเสบ เอ และ บี มีวัคซีนป้องกันที่ปลอดภัยและได้ผลดี เมื่อฉีดครบตามกำหนดจะสร้างภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ในระยะยาว ร่วมกับการรับประทานอาหารปรุงสุกสะอาด ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมร่วมกัน และมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
การป้องกัน และจำนวนเข็มที่ต้องฉีด
การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่ตรงจุดที่สุด แพทย์จะแนะนำตารางการฉีดตามชนิดของวัคซีนและความเสี่ยงของแต่ละคน
- ตับอักเสบ บี ในผู้ใหญ่ มักฉีด 3 เข็ม ตามตารางเดือนที่ 0, 1 และ 6
- ตับอักเสบ เอ มักฉีด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6–12 เดือน
- ตับอักเสบ บี ในผู้ใหญ่ มักตรวจเลือดก่อน เพื่อดูภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อเดิม
ใครควรตรวจและฉีดวัคซีน
กลุ่มเสี่ยงควรพิจารณาตรวจเลือดและรับวัคซีนเป็นพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการป้องกันที่เหมาะสม
- ทารกแรกเกิดทุกคน (วัคซีนตับอักเสบ บี เป็นวัคซีนพื้นฐาน)
- ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านหรือมีคู่เป็นพาหะตับอักเสบ บี
- บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ทำงานเสี่ยงสัมผัสเลือด
- ผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดของตับอักเสบ เอ
- ผู้ที่ยังไม่เคยมีภูมิคุ้มกันและต้องการป้องกันโรคตับในระยะยาว
ที่คลินิกแพทย์อภิเดช ให้บริการตรวจคัดกรองและวัคซีนตับอักเสบโดยแพทย์ พร้อมประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล วัคซีนทุกชนิดเก็บรักษาในระบบควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล เพื่อคงประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด
เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการที่อาจบ่งบอกถึงภาวะตับอักเสบ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
- อ่อนเพลียมากผิดปกติ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
- ปัสสาวะสีเข้มคล้ายชาแก่ อุจจาระสีซีด
- ปวดแน่นใต้ชายโครงขวา หรือมีไข้ร่วมด้วย
