094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
วัคซีน

วัคซีนตับอักเสบ เอ และ บี ป้องกันโรคตับ

ไวรัสตับอักเสบเป็นภัยเงียบที่อาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่หากปล่อยให้เรื้อรังอาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้ ข่าวดีคือวัคซีนตับอักเสบ เอ และ บี ช่วยป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้สรุปสิ่งที่ควรรู้แบบเข้าใจง่าย

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 5 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
วัคซีนตับอักเสบ เอ และ บี ป้องกันโรคตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองสารพิษ สร้างน้ำดี และเก็บพลังงาน เมื่อตับติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ การทำงานของตับจะถูกรบกวน หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัวเพราะอาการในช่วงแรกอาจไม่ชัดเจน การรู้จักโรคและการป้องกันด้วยวัคซีนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพตับ

รู้จักไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี

ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด แต่สองชนิดที่มีวัคซีนป้องกันได้และพบบ่อยคือชนิด เอ (A) และ บี (B) ซึ่งติดต่อกันคนละทาง

  • ตับอักเสบ เอ (A) ติดต่อทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น อาหารดิบ น้ำแข็ง หรืออาหารที่ปรุงไม่สะอาด มักหายเองและไม่กลายเป็นเรื้อรัง แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรง
  • ตับอักเสบ บี (B) ติดต่อทางเลือด เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน และจากแม่สู่ลูกขณะคลอด เป็นชนิดที่อาจกลายเป็นเรื้อรังได้

ทำไมตับอักเสบ บี จึงน่ากังวล

ผู้ที่ติดเชื้อตับอักเสบ บี โดยเฉพาะตั้งแต่วัยเด็ก มีโอกาสกลายเป็นพาหะเรื้อรัง ซึ่งเชื้ออาจค่อย ๆ ทำลายตับโดยไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายปี และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ ในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่การป้องกันด้วยวัคซีนตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมาก

ป้องกันได้ ด้วยวัคซีนและสุขอนามัย

ทั้งตับอักเสบ เอ และ บี มีวัคซีนป้องกันที่ปลอดภัยและได้ผลดี เมื่อฉีดครบตามกำหนดจะสร้างภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ในระยะยาว ร่วมกับการรับประทานอาหารปรุงสุกสะอาด ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมร่วมกัน และมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

การป้องกัน และจำนวนเข็มที่ต้องฉีด

การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่ตรงจุดที่สุด แพทย์จะแนะนำตารางการฉีดตามชนิดของวัคซีนและความเสี่ยงของแต่ละคน

  • ตับอักเสบ บี ในผู้ใหญ่ มักฉีด 3 เข็ม ตามตารางเดือนที่ 0, 1 และ 6
  • ตับอักเสบ เอ มักฉีด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6–12 เดือน
  • ตับอักเสบ บี ในผู้ใหญ่ มักตรวจเลือดก่อน เพื่อดูภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อเดิม

ใครควรตรวจและฉีดวัคซีน

กลุ่มเสี่ยงควรพิจารณาตรวจเลือดและรับวัคซีนเป็นพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการป้องกันที่เหมาะสม

  • ทารกแรกเกิดทุกคน (วัคซีนตับอักเสบ บี เป็นวัคซีนพื้นฐาน)
  • ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านหรือมีคู่เป็นพาหะตับอักเสบ บี
  • บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ทำงานเสี่ยงสัมผัสเลือด
  • ผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดของตับอักเสบ เอ
  • ผู้ที่ยังไม่เคยมีภูมิคุ้มกันและต้องการป้องกันโรคตับในระยะยาว

ที่คลินิกแพทย์อภิเดช ให้บริการตรวจคัดกรองและวัคซีนตับอักเสบโดยแพทย์ พร้อมประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล วัคซีนทุกชนิดเก็บรักษาในระบบควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล เพื่อคงประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์

หากมีอาการที่อาจบ่งบอกถึงภาวะตับอักเสบ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • อ่อนเพลียมากผิดปกติ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปัสสาวะสีเข้มคล้ายชาแก่ อุจจาระสีซีด
  • ปวดแน่นใต้ชายโครงขวา หรือมีไข้ร่วมด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ใครควรฉีดวัคซีนตับอักเสบ บี?
แนะนำในผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านหรือมีคู่เป็นพาหะ ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ผู้ป่วยที่ต้องรับเลือดหรือฟอกไต และทารกแรกเกิดทุกคน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง
ต้องตรวจเลือดก่อนฉีดวัคซีนตับอักเสบไหม?
สำหรับตับอักเสบ บี ในผู้ใหญ่ มักแนะนำให้ตรวจเลือดก่อนเพื่อดูว่ามีการติดเชื้ออยู่แล้ว หรือมีภูมิคุ้มกันเดิมหรือไม่ จะได้ฉีดเฉพาะผู้ที่จำเป็น ส่วนตับอักเสบ เอ อาจตรวจหรือฉีดได้เลย ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์
วัคซีนตับอักเสบฉีดกี่เข็ม?
วัคซีนตับอักเสบ บี ในผู้ใหญ่โดยทั่วไปฉีด 3 เข็ม ตามตารางเดือนที่ 0, 1 และ 6 ส่วนตับอักเสบ เอ มักฉีด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6–12 เดือน แพทย์จะกำหนดตารางที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากลูกมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ปกป้องสุขภาพตับของคุณตั้งแต่วันนี้

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามเรื่องการตรวจและวัคซีนตับอักเสบ พร้อมนัดหมาย